KOKEED, Best site for Education in Thailand.

นิด้าโพล เผยเด็กไทยเกินครึ่ง ไม่เห็นด้วยให้ลดการบ้าน

นิด้าโพล เผยเด็กไทยเกินครึ่ง ไม่เห็นด้วยให้ลดการบ้าน

Apr 28, 13 • News
share to facebook

นิด้าโพล เผยเด็กไทยเกินครึ่ง ไม่เห็นด้วยให้ลดการบ้าน บอกเป็นการฝึกทักษะ และเป็นการทำให้เด็กมีความรับผิดชอบ ในส่วนของเรื่องทรงผม นักเรียนระบุอยากไว้ผมยาวมากกว่า ชี้ผลการเรียนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรงผม 

วานนี้ (15 กุมภาพันธ์) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ได้เปิดเผยถึงผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “เด็กและเยาวชนไทยคิดอย่างไรกับการปล่อยผม ลดการบ้าน ปลดภาระการเรียน” โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9-11 กุมภาพันธ์ 2556 จากเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ จำนวน 1,252 ตัวอย่าง โดยผลสำรวจมีดังต่อไปนี้

การไว้ทรงผมของนักเรียน

- ร้อยละ 48.88 ระบุว่า เห็นด้วยกับการให้เด็กนักเรียนสามารถไว้ผมยาวได้ เพราะทำให้เด็กรู้สึกไม่อึดอัดในกฎระเบียบ และผลการเรียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับทรงผม

- ร้อยละ 42.41 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะการตัดผมสั้นมีส่วนช่วยในการรักษากฎระเบียบและดูเป็นระเบียบเรียบร้อย เหมาะสมกับสถานภาพการเป็นนักเรียน

การลดการบ้านของนักเรียน

 - ร้อยละ 55.43 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะการบ้านถือเป็นการฝึกทักษะอย่างหนึ่งของเด็ก และทำให้เด็กมีความรับผิดชอบ

 - ร้อยละ 34.74 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะทำให้เด็กรู้สึกไม่เครียด ผ่อนคลาย บางครั้งครูก็ให้การบ้านเยอะเกินไป

การลดภาระการเรียนจะช่วยพัฒนาเด็กไทยให้มีโอกาสเรียนรู้และทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้นได้หรือไม่

  – ร้อยละ 41.77 ระบุว่า ช่วยได้ เพราะเด็กจะได้มีเวลาในการพัฒนาฝึกฝนทักษะในด้านอื่น ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการทำกิจกรรมนอกห้องที่เน้นการปฏิบัติ การสนทนาอภิปรายกลุ่ม

 - ร้อยละ 31.79 ระบุว่า ช่วยไม่ได้ เพราะเกรงว่าเด็กจะเอาเวลาไปทำอย่างอื่น เช่น เล่นเกม เที่ยวเตร่ และปกติเด็กก็ไม่ใส่ใจการเรียนอยู่แล้ว

ทางด้าน ผศ.ดร.อาแว มะแส อาจารย์ประจำคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวถึงผลสำรวจดังกล่าวว่า ความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนสะท้อนให้เห็นถึงความกดดันของวัยรุ่นที่มีต่อกฎนระเบียบเดิม โดยเฉพาะวัยรุ่นตอนปลาย ที่ยังอยู่ในช่วงรักสวยรักงาม แต่อีกส่วนหนึ่งก็เห็นด้วยกับกฎระเบียบแบบเดิม ซึ่งเป็นตัวช่วยกำหนดหรือควบคุมพฤติกรรมของเด็กให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น

  ในส่วนของการลดการบ้านนั้น ผศ.ดร.อาแว มองว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย เพราะหากเป็นการบ้านที่ช่วยเสริมทักษะการเรียนรู้ การจดจำ เช่น การคำนวณ การท่องคำศัพท์ การวาดภาพศิลปะ โดยให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมด้วยจะเกิดผลดี แต่ถ้าหากเป็นการบ้านที่มากเกินไป ยากเกินไม่ และไม่เหมาะสมกับวัย ก็จะเป็นการเพิ่มภาระให้กับเด็ก แต่ส่วนตัวนั้น ตนถือว่าการบ้านเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเด็ก ม.ปลาย ที่ต้องเตรียมตัวเข้าสอบมหาวิทยาลัย เพราะการบ้านจะเป็นการฝึกทักษะ และการทบทวนสิ่งที่เรียนมาให้มีความรู้ความจำคงทนยิ่งขึ้น

Tags: ,